นิติศาสตร์จบแล้วไปทางไหนดี

การเรียนนิติศาสตร์นั้นบอกเลยว่า ความยากไม่แพ้สาขาไหนแน่นอน แต่หลังจากต้องท่องตำราและฝึกฝนตัวเองตามแนวทางไปแล้ว พอจบการศึกษาเราจะเดินทางไปไหนต่อดี นั่นคือคำถามสำคัญของคนเรียนนิติศาสตร์ระดับปริญญาตรี เพื่อเป็นการไขข้อข้องใจของชีวิตหลังจบปริญญาตรีสาขานี้ เราขอรวบรวมเส้นทางนิติศาสตร์มาให้เป็นแนวทางในการตัดสินใจดังนี้ แนวทางการเรียนต่อ หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์แล้ว สายแรกเราขอเริ่มต้นที่คนต้องการศึกษาต่อทางด้านนี้เพิ่มเติม ก็จะมีสองสายด้วยกัน สายแรกเป็นการเรียนนิติศาสตร์ในระดับปริญญาโทเพื่อเข้าใจได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นอาจจะเป็นการศึกษาต่อภายในประเทศ หากใครจะบินไปหาประสบการณ์แล้วศึกษาต่อต่างประเทศก็ย่อมทำได้เหมือนกัน(เพื่อแตกแขนงด้านกฎหมายระหว่างประเทศ หรือ กฎหมายเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งให้ดีขึ้น) อีกสายหนึ่งสำหรับการเรียนต่อ นั่นคือ การเข้าศึกษาต่อในระดับเนติบัณฑิตประเทศไทย การเรียนในระดับนี้จะเป็นการผลักดันตัวเองให้เข้าสู่ตำแหน่ง ผู้พิพากษา , อัยการ หลังจากจบการศึกษาไปแล้ว ส่วนการศึกษาต่อในปริญญาโทสาขาอื่นแม้จะทำได้บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมีคนทำสักเท่าไร ไม่แนะนำ แนวทางการทำงาน หากหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว เรามีความต้องการที่จะทำงานเพื่อหาหลักประกันในชีวิต รวมถึงฝึกฝนประสบการณ์ของตัวเองด้านกฎหมายให้เข้มข้นมากขึ้น สายทำงานแบ่งออกได้เป็น 3 อย่างง่ายๆ หนึ่งจะเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน กฎหมายทางด้านการเงิน ภาษี และอีกมากมาย เราสามารถไปทำงานตรงนี้กับธนาคาร สถาบันการเงินต่างๆ…
Read more

ม.44 คืออะไร และทำหน้าที่แบบไหน

หลังจากการปฏิวัติหรือการรัฐประหารครั้งล่าสุดคำหนึ่งที่คนไทยมักคุ้นเคยอย่างมากก็คือคำว่า ม.44 เป็นคำที่หลายคนอาจรู้จักขณะที่บางคนอาจไม่รู้จักแต่ก็ใช้พูดกันจนติดปาก จริงแล้วคำๆ นี้มีความหมายและมีหน้าที่ในตัวเองอย่างชัดเจน สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจหรือต้องการทำความรู้จักกับ ม.44 ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะรายละเอียดต่างๆ มีอธิบายเอาไว้หมดทุกขั้นตอนเรียกว่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะ ม.44 คืออะไร และทำหน้าที่แบบไหนบ้าง ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ม.44 กับกฎอัยการศึก มีลักษณะใกล้เคียงกันมากที่ประกาศใช้ทดแทนกันเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 พร้อมมีผลบังคับใช้ทันที โดยกฎอัยการศึกมีบทบัญญัติอันชัดเจน ขณะที่ ม.44 ขอบเขตของอำนาจจะกว้างกว่าในส่วนของอำนาจกฎอัยการศึกจะให้อำนาจกับทหารแต่สำหรับ ม.44 จะมีอำนาจทั้งนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ด้านความเหมือนกันระหว่าง ม.44 กับกฎอัยการศึกก็คือยังคงงดให้มีการชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คน นอกจากนี้ทุกๆ การกระทำของ คสช. จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องรับโทษใดๆ ทั้งสิ้น ตามที่อาจเกิดขึ้นมาตลอดผลการบังคับใช้ ม.44…
Read more

กฎหมายไทยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.ใด

กฎหมายคือสิ่งที่ทุกประเทศจำเป็นต้องมีเอาไว้เพื่อคอยบังคับให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หลักใหญ่ใจความก็คือไม่ต้องการให้คนทำผิดหรือทำในสิ่งไม่ถูกไม่ควร การมีกฎหมายจึงเหมือนเป็นตัวกรอบบทบัญญัติในการกระทำความดี สังคมจะได้น่าอยู่ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่เกิดปัญหาต่างๆ ให้วุ่นวาย ประเทศไทยของเราเองก็เป็นอีกพื้นที่บนโลกที่บัญญัติกฎหมายต่างๆ เอาไว้มากมาย เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย จุดเริ่มต้นของกฎหมายไทย ราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์รวมถึงอีก 4 ราชอาณาจักรก่อนหน้านี้หากนับตามแบบที่เราคุ้นเคยกันว่าสยามเกิดรัฐธรรมนูญซึ่งยังไม่ได้จัดทำเป็นประมวลกฎหมายเสียเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าเป็นกฎที่ตั้งขึ้นมาโดยพระมหากษัตริย์จะทรงมีอำนาจในการตัดสินพระทัยเป็นหลัก กระทั่งปี พ.ศ. 2475 ในคำปรารภถึงประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีการประกาศใช้ไว้ตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2451 ก่อนมีการบังคับใช้จริงเมื่อเดือนกันยายน ปีเดียวกัน โดยพระมหากษัตริย์ได้ทรงตรัสไว้ว่า ตั้งแต่สมัยโบราณ พระมหากษัตริย์แห่งชาติสยามทำการปกครองราษฎรของพระองค์ท่านด้วยกฎหมายแต่เดิมมาจากมนูธรรมศาสตร์ ในช่วงเวลานั้นเป็นกฎหมายที่ใช้กันทั่วไปของหมู่คนชาวอินเดียและเพื่อนบ้าน ดังนั้นหากจะว่ากันจริงๆ แล้วกฎหมายไทยแต่ตั้งแต่เดิมก็คงมีรากฐานมาตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัยซึ่งก็มีการสืบต่อกฎหมายต่างๆ เรื่อยมาจนยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ตัวบทกฎหมายที่เป็นเรื่องเป็นราวซึ่งคนไทยให้การยอมรับนับถือแบบเป็นกลางมากที่สุดก็ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นแบบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 นั่นเอง กฎหมายของไทยนั้นเป็นระบบซิวิลลอว์ ซึ่งอาจแบ่งความหมายออกได้เป็น 4…
Read more

thaibublica

กฎหมายนั้นสำคัญไฉน เหตุใดเราชาวไทยต้องรู้

มนุษย์ถือว่าเป็นสัตว์สังคม ที่ต้องดำรงชีวิตอยู่รวมกันกับคนหมู่มาก ตั้งแต่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง จนกระทั่งรวมกลุ่มกันเป็นหมู่บ้าน เป็นต้น คนเราเมื่อมาอยู่รวมกันย่อมต้องมีความเห็นต่างหรือขัดแย้งกันเป็นเรื่องปกติ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีกฎหรือข้อบังคับที่เป็นที่ยอมรับและตกลงร่วมกันเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติและลดความขัดแย้ง จึงเป็นที่มาของกฎหมาย ที่ประเทศไทยของเราก็มีกำหนดขึ้นมาเช่นเดียวกันเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและควบคุมความประพฤติของคนทั้งประเทศ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งที่เราในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของประเทศที่จะต้องรู้กฎหมายเพื่อการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องนั่นเอง กฎหมายถูกกำหนดขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น เมื่อมีการเกิดก็ต้องไปทำการแจ้งเกิด มีชื่อนามสกุล เมื่ออายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ก็ต้องมีการทำบัตรประชาชน เมื่อถึงวัยอันสมควรมีครอบครัวก็ต้องจดทะเบียนสมรส เมื่อเสียชีวิตก็ต้องไปแจ้งตาย เหล่านี้เป็นต้น การตรากฎหมายขึ้นมา ต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งไตร่ตรองดีแล้วว่าข้อประพฤติปฏิบัติจะสร้างความสงบเรียบร้อยให้กับสังคมโดยไม่ผิดศีลธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งสามารถสรุปประโยชน์ของกฎหมายได้ ดังนี้ – สร้างความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม เมื่อประชาชนปฏิบัติตนถูกต้องตามระเบียบ กฎข้อบังคับ ประพฤติปฏิบัติตนไปในแนวทางเดียวกัน บ้านเมืองก็จะมีแต่ความสงบเรียบร้อย สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม – ลงโทษผู้ฝ่าฝืนและกระทำผิดตามสมควร ผู้ใดที่ฝ่าฝืนและไม่ประพฤติปฏิบัติตามข้อกฎหมายนั้นย่อมได้รับโทษมากน้อยตามแต่ความผิดที่ได้กระทำ เพราะการฝ่าฝืนนั้นย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมา หากมีความร้ายแรงก็จะยิ่งส่งผลเสียมากขึ้น…
Read more

Illegal-Thai.2

ศึกษาพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา

การอยู่ร่วมกันในสังคมแน่นอนว่าการปฏิบัติตามกฎหมายถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะไม่อย่างนั้นสังคมที่อยู่ร่วมกันก็จะไม่มีความสุข เมื่อไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ปัญหาต่างๆ ที่ตามมาก็จะเกิดขึ้นโดยที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศได้ในอนาคต นั่นจึงจำเป็นที่ทุกๆ ประเทศจะต้องกำหนดบทกฎหมายขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในประเทศปฏิบัติในสิ่งที่ควรจะเป็น และกฎหมายอาญาเองก็ถือเป็นกฎข้อบังคับอย่างหนึ่งที่ทุกๆ คนจะต้องทำตาม ความหมายโดยทั่วไปของกฎหมายอาญา ก็คือ ก็หมายที่ทางรัฐได้บทบัญญัติขึ้นเพื่อกำหนดเป็นลักษณะของการกระทำที่ถูกให้เป็นความผิด รวมไปถึงได้มีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาเอาไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เป็นตัวกฎหมายที่ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าสิ่งไหนที่ควรกระทำและสิ่งไหนที่ไม่ควรกระทำ ซึ่งโดยทั่วไปนั้นก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ควรทำและสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เหมือนกับเป็นบทบัญญัติง่ายๆ แต่เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเคร่งครัดในการที่จะปฏิบัติตาม และคือพฤติกรรมง่ายๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาอย่างแน่นอน การทำร้ายร่างกายอันมีเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต – แน่นอนว่าการทำร้ายร่างกายถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอาญาที่ค่อนข้างชัดเจน เนืองจากถือเป็นการทำร้ายคนอื่นที่ทำให้เขาต้องมีอาการบาดเจ็บทางร่างกาย และจิตใจ รวมไปถึงถ้าเป็นขั้นร้ายแรงโดยการทำให้เสียชีวิตก็จะยิ่งโดนกฎหมายลงโทษค่อนข้างหนักเลยทีเดียว เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายอาญาโดยตรงไม่มีข้อแม้หรือข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น การพูดจาให้ร่าย ส่อเสียด หรือหมิ่นประมาท – การพูดจาในลักษณะของการให้ร้ายคนอื่น พูดจาส่อเสียด หรือพูดไปในทางที่ทำให้คนอื่นเกิดความเสียหายนั้นถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายทางอาญาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเหมือนกับว่าเป็นการทำให้คนอื่นเข้าใจผิดบุคคลๆ นั้นและจะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน การลักทรัพย์ จี้ปล้น…
Read more

illegal.2

ถ้าผิดกฎหมายทางอาญาจะต้องรับโทษอย่างไร

กฎหมายอาญาถือว่าเป็นกฎหมายที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลความสงบสุขในบ้านเมือให้เกิดความเรียบร้อย เพราะถ้าหากประเทศไหนหรือบ้านเมืองไหนขาดไปซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ทางกฎหมาย ประเทศเหล่านั้นหรือบ้านเมืองเหล่านั้นมีหวังจะต้องเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน ถึงกระนั้นในประเทศไทยเองถึงแม้ว่าจะมีการบัญญัติกฎหมายและการลงโทษเอาไว้อย่างชัดเจนแต่ก็ยังคงมีคนที่ประพฤติปฏิบัติแบบผิดกฎหมายอยู่ นั่นทำให้บทลงโทษที่ได้บัญญัติเอาไว้จำเป็นจะต้องนำมาใช้เพื่อให้กลายเป็นตัวอย่างของสังคมและจะได้ไม่มีใครอยากระทำความผิดอีก โดยโทษทางอาญาที่ผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้ การประหารชีวิต – ถือเป็นการกระทำความผิดทางอาญาที่ร้ายแรงที่สุด อาทิ การฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือการจ้างวานฆ่า การมียาเสพติดจำนวนมากไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นต้น การกระทำผิดตามกฎหมายอาญาในลักษณะนี้ส่วนใหญ่แล้วคนที่กระทำผิดมักจะโดนลงโทษเอาไว้ให้ประหารชีวิตแต่เมื่ออยู่ไปได้สักพักก็มักจะได้รับการอภัยโทษให้ได้รับโทษที่ลดหลั่นกันลงมา ในอดีตการประหารชีวิตของไทยจะใช้ วิธียิงเป้า ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการฉีดยาพิษ ทว่าในปัจจุบันนี้แทบจะไม่ค่อยมีนักโทษที่โดนประหารชีวิตแล้ว การกักขัง – คือการได้รับโทษด้วยการต้องไปอยู่ในเรือนจำ หรือสถานที่ที่ทางกฎหมายได้กำหนดเอาไว้ให้ โดยที่จะต้องโดนกักบริเวณเอาไว้ให้อยู่แต่ในพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น ห้ามออกไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนมากแล้วก็จะเป็นการติดในเรือนจำ หรือหากเป็นคนที่กระทำผิดไม่ร้ายแรงก็อาจจะโดนกักบริเวณเอาไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยอายุในการโดนกักขังก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่คดีของแต่ละคน การปรับ – คือ การที่จะต้องเสียเงินจากการไปกระทำความผิดมา ซึ่งเงินที่จะต้องเสียก็ขึ้นอยู่กับคดีที่แต่ละคนโดนว่าเป็นคดีที่ร้ายแรงแค่ไหน และค่าปรับที่จะต้องเสียก็จะแตกต่างกันออกไป โดยการโดนค่าปรับ ส่วนใหญ่จะเป็นคดีอาญาที่ไม่ได้ร้ายแรงมาก หรือเป็นคดีอาญาที่ถูกยอมความโดยเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาเรื่อง โดยการปรับนั้นผู้ที่กระทำความผิดก็จะต้องนำเงินไปเสียให้กับเจ้าพนักงานพร้อมมีหลักฐานออกมาอย่างชัดเจน การโดนริบทรัพย์สิน –…
Read more

ThaiLaw11

การหมิ่นประมาท ผิดกฎหมายอาญาหรือไม่

คำว่า หมิ่นประมาท น่าจะเป็นคำที่ค่อนข้างคุ้นหูกันดีในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน พูดจาไม่ดีใส่กัน มักจะได้ยินคำว่า หมิ่นประมาท ออกมาอยู่เสมอ แต่จริงๆ แล้วรู้กันหรือไม่ว่า การหมิ่นประมาทนั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้หายสงสัยไปเลย ในมุมมองทั่วๆ ไป การหมิ่นประมาท ถือเป็นการทำผิดกฎหมายอาญาอย่างแน่นอน เพราะตัวกฎหมายก็ได้ระบุมาตราเอาไว้อย่างชัดเจน โดยได้มีการแบ่งประเภทของการหมิ่นประมาทเอาไว้ดังนี้ หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ระบุว่า ผู้ใดที่ใส่ความคนอื่นต่อบุคคลที่ 3 ที่จะทำให้คนผู้นั้นมีอันต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง ถือว่าคนนั้นกระทำผิดกฎหมายด้วยการหมิ่นประมาท ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ระบ่า ถ้าหากหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาทั้งการทำเอกสาร ภาพวาด…
Read more

www.leolinks.com

ประเภทของกฎหมายที่ทุกคนควรรู้

  กฎหมายในประเทศไทย หรือ ทุกประเทศคือสิ่งสำคัญต่อประชาชนโดยในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่ไม่เหมือนกันแล้วในแต่ละประเทศจะความผิดที่แตกต่างกันออกไป กฎหมายมีทั้งหมดด้วยกันหลายประเภทก็คือ 1. หมายระหว่างประเทศ 2. กฎหมายมหาชน 3. กฎหมายเอกชน ในแต่ละประเภทจะมีการแบ่งประเภทโดยย่อยอีกเป็นรูปแบบดังนี้ กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐกับรัฐระหว่างประเทศแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ (1.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีบุคคล เป็นการกำหนดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเช่น  การกำหนดกฎบัลคับตอนทำสงครามกัน (2.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีอาญา เช่น การซื้อขายของนอกประเทศจะต้องใช้กฎหมายภายในไทย (3.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีเมือง  เช่น ผู้ที่เป็นคนไทยกระทำความผิดที่ต่างประเทศทำผิดในเรื่องใดถึงจะสามารถฟ้องร้องที่ประเทศไทยได้ หรืออาจจะรวมไปถึงการส่งผู้กระทำความผิดข้ามแดน กฎหมายเอกชน เป็นกฎหมายที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างเอกชนด้วยกันในแบบเท่าเทียมไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบปรือเสียเปรียบอย่างเช่นเรื่องการทำสัญญาต่าง กฎหมายเอกชนสามารถแบ่งออกได้อีกเป็น 2 ประเภท ก็คือ (1.) ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มีลักษณะแบ่งเป็นได้หลายลักษณะ ก็คือ …
Read more

www.leolinks.com

กฎหมายการปกครองของประเทศไทยคืออะไร

  กฎหมายก็คือกฎที่ทางประเทศ หรือ เจ้าหน้าที่บังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามหากใครไม่ทำตามแล้วก็จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป  กฎหมายแบ่งออกได้หลายประเภท แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึง กฎหมายปกครอง ก็คือ  เป็นกฎหมายที่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ปกครองต่าง หรือ หน่วยงานการปกครอง แต่การที่จะใช้อำนาจในด้านการปกครองนี้จะต้องเป็นบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ หรือ หน่วยงานการปกครองเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ แต่การใช้อำนาจปกครองแบบนี้ก็มีข้อยกเว้นเฉพาะเจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานแล้วจะไม่สามารถใช้ได้ อย่างเช่น เจ้าหน้าที่ถูกปลดออก , ลาออก , เกษียณ เป็นต้น สำหรับบุคคลที่สามารถใช้กฎหมายปกครองนี้ได้เช่น บุคคลที่มีสัญญาการปกครองจากรัฐ  และถ้าเกิดมีเหตุพิพาทก็จะต้องขึ้นศาลปกครองแต่การที่จะขึ้นศาลปกครองก็ต้องสาเหตุอีกเช่นกันก็คือ คู่กรณีจะต้องทำงานอยู่หน่วยงานการปกครองทั้งเอกชน หรือ รัฐบาล ,เจ้าหน้าที่ปกครอง , หน่วยงาน และก็ผู้ที่ฟ้องศาลปกครองที่เป็นผู้เสียหายตาม พ.ร.บ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง เท่านั้น การจัดระเบียบการปกครองนั้นจะแบ่งส่วนได้ดังนี้ทั้งทาง กระทรวง ,…
Read more

www.leolinks.com

ความหมายของกฎหมายแพ่ง ทุกคนควรศึกษาความเข้าใจ

  กฎหมายทางแพ่งนั้นก็คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการดูแลให้กับครอบครัวและมรดก ต้องมีกฎหมายที่เป็นธรรมดูแลครอบครัวด้วย เช่น การหมั้น การดูแลรับรองบุตร การรับมรดก การอย่าร้าง เป็นต้น อธิบายกฎหมายแพ่งแต่ละกรณีว่ามีความสำคัญอย่างไร การหมั้น เป็นข้อตกลงระหว่างฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง ทำสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ฝ่ายชายต้องมอบของหมั้นให้แก่ฝ่ายหญิงตามที่ตกลงกันจนจะเป็นสัญญากันอย่างสมบูรณ์ ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎของการหมั้น และของหมั่นทั้งหมดจะตกเป็นของฝ่ายหญิง แม้ว่ากรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ก็ไม่สามารถเอาของหมั้นกลับไปได้ อายุของการที่กฎหมายคุ้มครองของการหมั้นนั้นต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์จึงจะมีอำนาจให้ตัวเองดำเนินการได้โดยลำพัง แต่สมมุติว่า 17 ปี ต้องการหมั้นต้องให้พ่อแม่มารับรองด้วย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนถือว่าเป็นโมฆะทุกกรณี การรับรองบุตร เป็นการเซ็นรับรองบุตรที่เกิดจากภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นบุตรที่เห็นชอบของฝ่ายหญิง แต่เป็นบุตรนอกกฎหมายของฝ่ายชาย กฏหมายจึงได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายรับรองบุตรโดยเห็นชอบโดยกฏหมาย เกี่ยวกับมรดก กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าเมื่อบุคคลใดเสียชีวิต ซึ่งได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกจะต้องตกทอดให้แก่บุคคลผู้ตายเขียนไว้ในพินัยกรรม…
Read more