lawthai

กฎหมายในประเทศไทย หรือ ทุกประเทศคือสิ่งสำคัญต่อประชาชนโดยในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่ไม่เหมือนกันแล้วในแต่ละประเทศจะความผิดที่แตกต่างกันออกไป กฎหมายมีทั้งหมดด้วยกันหลายประเภทก็คือ 1. หมายระหว่างประเทศ 2. กฎหมายมหาชน 3. กฎหมายเอกชน ในแต่ละประเภทจะมีการแบ่งประเภทโดยย่อยอีกเป็นรูปแบบดังนี้

  1. กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐกับรัฐระหว่างประเทศแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ

(1.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีบุคคล เป็นการกำหนดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเช่น  การกำหนดกฎบัลคับตอนทำสงครามกัน

(2.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีอาญา เช่น การซื้อขายของนอกประเทศจะต้องใช้กฎหมายภายในไทย

(3.) กฎหมายระหว่างประเทศคดีเมือง  เช่น ผู้ที่เป็นคนไทยกระทำความผิดที่ต่างประเทศทำผิดในเรื่องใดถึงจะสามารถฟ้องร้องที่ประเทศไทยได้ หรืออาจจะรวมไปถึงการส่งผู้กระทำความผิดข้ามแดน

  1. กฎหมายเอกชน เป็นกฎหมายที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างเอกชนด้วยกันในแบบเท่าเทียมไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบปรือเสียเปรียบอย่างเช่นเรื่องการทำสัญญาต่าง กฎหมายเอกชนสามารถแบ่งออกได้อีกเป็น 2 ประเภท ก็คือ

(1.) ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มีลักษณะแบ่งเป็นได้หลายลักษณะ ก็คือ  หนี้ ซื้อขาย เช่าซื้อ เช่าทัรพย์ นายหน้า ตัวแทน ละเมิด และนิติกรรมสัญญา เป็นต้น โดยในแต่ละลักษณะได้กำหนดข้อมูลรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

(2.) กฎหมายอื่นๆ ลักษณะที่เป็นกฎหมายเอกชนอีกมากมายอย่าง เช่น กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน หรือ บุคคลอย่าง คนต่างด้าวเป็นต้น

  1. กฎหมายมหาชน เป็นกฎหมายที่ทางรัฐกับทางรัฐมีความเกี่ยวข้องกันรวมไปถึงความเกี่ยวข้องกับราษฎร สามารถแบ่งแยกออกได้ทั้งหมดหลายประเภทด้วยกัน

(1.) รัฐธรรมนูญ

(2.) กฎหมายอาญา

(3.) กฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

(4.) กฎหมายพิจารณาความอาญา

(5.) กฎหมายพิจารณาความแพ่ง

ในแต่ละลักษณะของกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ หรือ โทษที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่คดีความที่ผู้เสียหายฟ้องร้องเท่านั้น กำหมายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในทุกประเทศเพื่อความเป็นระเบียบของสังคม และราษฎรที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น

lawthai2

the-laws

กฎหมายก็คือกฎที่ทางประเทศ หรือ เจ้าหน้าที่บังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามหากใครไม่ทำตามแล้วก็จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป  กฎหมายแบ่งออกได้หลายประเภท แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึง กฎหมายปกครอง ก็คือ  เป็นกฎหมายที่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ปกครองต่าง หรือ หน่วยงานการปกครอง แต่การที่จะใช้อำนาจในด้านการปกครองนี้จะต้องเป็นบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ หรือ หน่วยงานการปกครองเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ แต่การใช้อำนาจปกครองแบบนี้ก็มีข้อยกเว้นเฉพาะเจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานแล้วจะไม่สามารถใช้ได้ อย่างเช่น เจ้าหน้าที่ถูกปลดออก , ลาออก , เกษียณ เป็นต้น

สำหรับบุคคลที่สามารถใช้กฎหมายปกครองนี้ได้เช่น บุคคลที่มีสัญญาการปกครองจากรัฐ  และถ้าเกิดมีเหตุพิพาทก็จะต้องขึ้นศาลปกครองแต่การที่จะขึ้นศาลปกครองก็ต้องสาเหตุอีกเช่นกันก็คือ คู่กรณีจะต้องทำงานอยู่หน่วยงานการปกครองทั้งเอกชน หรือ รัฐบาล ,เจ้าหน้าที่ปกครอง , หน่วยงาน และก็ผู้ที่ฟ้องศาลปกครองที่เป็นผู้เสียหายตาม พ.ร.บ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง เท่านั้น การจัดระเบียบการปกครองนั้นจะแบ่งส่วนได้ดังนี้ทั้งทาง กระทรวง , ทบวง , กรม เป็นต้น ซึ่งองค์กรที่กล่าวไว้จะมีความเกี่ยวพันกับราษฎร ในส่วนของ กฎหมายปกครองจะจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของ กฎหมายหมายมหาชน

กฎหมายการปกครองในประเทศไทยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของประเทศเป็นอย่างมากเพื่อที่จะทำให้ประเทศนั้นมีกฎระเบียบสังคมภายในประเทศให้ดีขึ้น กฎหมายในบ้านเรานั้นมีมากมายถ้าหากประชาชนในประเทศปฏิบัติตนเคารพกฎหมายมากขึ้นก็จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญมากขึ้นลดความวุ่นวายในทุกๆ เรื่องได้ดีกว่าเดิม ราษฎรจะมีความสุขมากกว่าเดิม หากคุณสนใจด้านการปกครองสามารถหาซื้อหนังสือมาอ่านศึกษาได้ เพราะประเทศไทยได้มีนักเขียนนักวิชาการในด้านอย่าง ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ , ดร. ประยูร กาญจนดุล , ดร. ชาญชัย แสวงศักดิ์ และมีอีกหลายคนเป็นนักวิชาการระดับ ดร. เป็นผู้เขียนโดยตรงให้ได้ศึกษากันอย่างละเอียด

law

thumb

กฎหมายทางแพ่งนั้นก็คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการดูแลให้กับครอบครัวและมรดก ต้องมีกฎหมายที่เป็นธรรมดูแลครอบครัวด้วย เช่น การหมั้น การดูแลรับรองบุตร การรับมรดก การอย่าร้าง เป็นต้น

อธิบายกฎหมายแพ่งแต่ละกรณีว่ามีความสำคัญอย่างไร

  • การหมั้น เป็นข้อตกลงระหว่างฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง ทำสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ฝ่ายชายต้องมอบของหมั้นให้แก่ฝ่ายหญิงตามที่ตกลงกันจนจะเป็นสัญญากันอย่างสมบูรณ์ ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎของการหมั้น และของหมั่นทั้งหมดจะตกเป็นของฝ่ายหญิง แม้ว่ากรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ก็ไม่สามารถเอาของหมั้นกลับไปได้ อายุของการที่กฎหมายคุ้มครองของการหมั้นนั้นต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์จึงจะมีอำนาจให้ตัวเองดำเนินการได้โดยลำพัง แต่สมมุติว่า 17 ปี ต้องการหมั้นต้องให้พ่อแม่มารับรองด้วย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนถือว่าเป็นโมฆะทุกกรณี
  • การรับรองบุตร เป็นการเซ็นรับรองบุตรที่เกิดจากภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นบุตรที่เห็นชอบของฝ่ายหญิง แต่เป็นบุตรนอกกฎหมายของฝ่ายชาย กฏหมายจึงได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายรับรองบุตรโดยเห็นชอบโดยกฏหมาย
  • เกี่ยวกับมรดก กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าเมื่อบุคคลใดเสียชีวิต ซึ่งได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกจะต้องตกทอดให้แก่บุคคลผู้ตายเขียนไว้ในพินัยกรรม แต่ถ้าหากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้มรดกจะตกไปอยู่ภรรยาที่สมรสและทายาท กองมรดกคือทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ทายาทจะแบ่งออกได้ 2 ประเภท 1.ทายาทโดยธรรม เป็นทายาทโดยถูกต้องตามกฎหมาย แบ่งออกได้ 6 ชั้นได้แก่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ปู่ย่า ลุงป้าน้าอา 2. ผู้รับพินัยกรรม คือ ผู้ที่ได้คำสั่งยกทรัพย์หรือแบ่งทรัพย์สิน หรือ ตั้งข้อกำหนดเงื่อนไขของการรับมรดก

moorad

กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่ว่าด้วยความผิด และต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้ มีวัตถุประสงค์ คือ ป้องกันให้สังคมอยู่ในความสงบเรียบร้อย โดยกำหนดแล้วแต่ความรุนแรงของการกระทำนั้นๆแล้วกรณีไป โทษทางอาญานั้นหลักๆจะมี 5 บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน ได้ แก่ โทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต ความผิดรองลงมา จำคุก กักขัง ปรับและริบทรัพย์สิน ส่วนการรับโทษนั้นถ้ายังเป็นเยาวชนอยู่จะได้รับโทษแตกต่างจากผู้ใหญ่ หรือการลงโทษต้องคำนึงถึงอายุของผู้กระทำผิดด้วย เพราะถือว่ายังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีนัก แต่ถ้าคดีนั้น รุนแรงเกินไป เยาวชนนั้นมีสิทธิ์ที่จะได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ได้

ความผิดทางอาญานั้นเป็นการกระทำที่กระทบกับสังคมรอบข้าง และ คนส่วนใหญ่ของประเทศ  การทำผิดนั้นไม่ได้เหมารวมว่าทุกกรณีว่ามีความผิดเท่ากันแล้ว จะมีศาลคอยตัดสินเป็นคนกลางอยู่ จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆได้ คือ 1.ทำความผิดมีผลกระทบต่อแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ ถึงแม้ว่าผู้ที่ถูกกระทำนั้นไม่ติดใจเอาความแล้ว แต่ถ้าเกิดมีผลกระทบทางสังคมแล้วนั้นไม่สามารถปล่อยไปได้ต้องติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษสถานเดียว 2.กระทำความผิดยอมความได้ หมายความว่า ผู้กระทำผิดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อแผ่นดินหรือไม่ทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน หากผู้ที่ถูกกระทำไม่ติดใจเอาความ สามารถถอนฟ้องได้ หรือ ยอมความได้ เช่น การหมิ่นประมาท เป็นต้น

laws

ยกตัวอย่างบทลงโทษทางอาญา

  • ประหารชีวิต คือ โทษสูงสุด กระทำที่รุนแรงจนไม่สามารถให้อภัยได้ ผู้กระทำผิดจะถูกนำไปยิงด้วยปืนให้เสียชีวิต
  • จำคุก คือ การนำตัวไปขังไว้ที่เรือนจำ ระยะเวลาแล้วแต่ศาลจะตัดสินให้ติดคุกเป็นเวลาเท่าไหร่ ตามความเหมาะสม
  • กักขัง คือ การนำตัวผู้ต้องหาไปขัง ที่ไม่ใช่เรื่อนจำ เช่น สถานีตำรวจ เป็นต้น
  • ปรับ คือ โทษเล็กน้อยสามารถนำค่าปรับไปชำระให้แก่พนักงาน
  • ริบทรัพย์สิน คือ การริบทรัพย์สินผิดกฎหมาย เช่น ทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ปืนเถือน เป็นต้น

law

กฎหมายเป็น ข้อบังคับหรือกฎกติกาการอยู่ในประเทศนั้นๆ เพื่อควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ในการอยู่ร่วมกัน ถ้าใครฝ่าฝืนข้อเหล่านั้นจะมีบทลงโทษ แตกต่างกันไป เพื่อให้บ้านเมือง มีความสงบสุขสังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็มีผู้ที่ชอบทำผิดกฎหมายอยู่เรื่อยๆ ถ้าเราไม่มีบทลงโทษ ลองคิดดูว่าประเทศเราจะเป็นอย่างไร

ในระยะแรกสังคมไทยเรา มีกฎหมายที่ไม่สับซ้อนมากนัก อาศัยขนบธรรมเนียมประเพณีควบคุมความประพฤติสังคมที่เรียบง่าย มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเยอะกว่าในปัจจุบัน เปรียบเสมือน กฎหมาย คือ กฎเกณฑ์สอนให้มนุษย์นั้นมีศีลธรรม แต่เมื่อสังคมที่เปลี่ยนไป มีผู้คนสมัยใหม่ที่ทำเรื่องผิดศีลธรรมมากขึ้น จนทำให้กฎหมายเก่านั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งต้อง ปรับเปลี่ยนกฎหมายตามยุคสมัย โดยต้องคิดไตร่ตรองมากขึ้น เพราะผู้กระทำผิดเหล่านั้น พยายามใช้ช่องว่างของกฎหมายกระทำความผิด กฎหมายของบ้านเรานั้น มีอยู่ 3 ช่วงเวลาหลักๆ เช่น ยุคกฎหมายเป็นของไทยแท้ๆ เป็นกฎเกณฑ์ง่ายๆที่ใช้มาจนถึง สมัยสุโขทัย ต่อมาได้พัฒนา โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจากประเทศอินเดีย เริ่มใช้ตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัย รัตนโกสินทร์ โดยชื่อว่ากฎหมาย คัมภีร์พระธรรมศาสตร์ ได้ถูกส่งผ่านมาจากมอญ เป็นหลักการให้เน้นการปกครองให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มาถึงในช่วงปัจจุบันประเทศไทยได้รับอิทธิพลกฎหมายจากประเทศตะวันตก ในช่วงมีการปฏิรูปกฎหมายในช่วง รัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5  โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 ได้ แก้กฎหมายโดยใช้แนวทางจากประเทศตะวันตกที่เจริญแล้ว ได้ทรงจัดตั้ง ระบบบริการประเทศใหม่ จัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้น และ ร่างประมวลกฎหมายใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม

เห็นหรือป่าวว่า ทำไมกฎหมายต้องถึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะ สังคมทุกที่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทั้งเทคโนโลยี ทั้งยิ่งมีเร้ายั่วยุ ทำให้คนหลงผิดได้ง่าย และยิ่งตอนนี้ คดีต่างๆมีเยอะแยะมากมาย อย่างที่ร้ายแรง ที่สังคมไทย มีข่าวอยู่ทุกวัน ฆ่าข่มขื่น ปล้นชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย เป็นต้น แต่ปัจจุบันกฎหมายบ้านเราอ่อน ทำให้คนไม่เกรงกลัวความผิดที่ตัวเองกระทำ

rabi_frame_law