เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน

กฎหมายเป็นเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับเราทุกคน เราจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายเมื่อทำผิดกฎหมายไม่ได้ นอกจากนั้นเราต้องรู้กฎหมายเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง รักษาสิทธิ์ของตัวเองเอาไว้ ยิ่งเป็นกฎหมายแรงงาน เกี่ยวข้องกับการทำงานของเราโดยตรงไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวโรงงาน หรือ หนุ่มสาวออฟฟิศ มีกฎหมายอะไรบ้างที่ต้องรู้

ใบรับรองแพทย์ต้องใช่ไหม

เวลาเราลางาน หากเป็นลาป่วย สิ่งสำคัญที่เราต้องพกไปให้ทีมงานฝ่ายบุคคลก็คือ ใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าเราป่วยจริง เรื่องนี้หากมองตามกฎหมายแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป มาตรา 32 ตาม พ.ร.บ.แรงงานบอกว่า การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์ นั่นหมายความว่า หากลาเพียงแค่ 1-2 วัน เราไม่จำเป็นต้องส่งใบลาให้กับต้นสังกัดก็ได้

วันลาพักร้อน

เรื่องต่อไปสำคัญต่อชีวิตลูกจ้างอย่างเรามาก นั่นก็คือ วันลาพักร้อน กับ วันหยุดประจำปี เรื่องนี้ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา 30 อย่างชัดเจน เราขอพูดเป็นทีละประเด็นไป เริ่มจากหากทำงานไม่ครบ 1 ปีไม่มีสิทธิ์ลาพักร้อน อันนี้จริงครึ่งหนึ่งมาตรานี้บอกไว้ว่า หากลูกจ้างทำงานไม่ครบปี นายจ้างสามารถกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามสัดส่วนได้ นั่นหมายความว่า หากทำงานไม่ครบปี สามารถลาได้แต่ต้องตกลงกันก่อนว่าจะลาได้กี่วัน  อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราขอลาพักร้อนแล้วเจ้านายไม่อนุมัติ ทำได้ไหม อันนี้ตอบได้เลยว่าทำได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีการตกลงกันด้วยว่า หากไม่ให้ลาพักร้อนในเวลาที่กำหนดแล้วจะให้ลาได้วันไหน หรือ ให้สิทธิประโยชน์อะไรตอบแทน เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิ์

การทำงานโอที

ให้เข้าใจตรงกันด้วย ตามมาตรา 24 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เอาประเด็นแรกก่อน บริษัทสามารถบังคับให้เราทำโอทีในวันทำการได้หรือไม่ อันนี้ตอบเลยว่าไม่ได้ เค้าห้ามเอาไว้ แต่ใส่เงื่อนไขเพิ่มลงไปว่า หากงานดังกล่าวต้องทำติดต่อกันไปไม่งั้นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายก็สามารถสั่งการให้ทำงานล่วงเวลาได้ เป็นกรณีพิเศษ สองหัวหน้างานไม่ได้ค่าโอทีจริง คำถามนี้เราแยกเป็นสองประเด็น หนึ่งหากเจ้าของบริษัทอยากจะให้ค่าโอทีแก่หัวหน้างานสามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากจะไม่ให้ก็ดูจะก้ำกึ่งว่าไม่ผิดกฎหมายเหมือนกัน เพราะว่า มาตรา 65 กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ได้ค่าล่วงเวลา ซึ่งมีทั้งหมด 9 ข้อด้วยกัน สำคัญคือข้อแรก เค้าบอกว่าลูกจ้างที่มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้าง สำหรับ การจ้าง การให้บำเหน็จ หรือ การเลิกจ้าง ทีนี้ผู้จัดการ หรือหัวหน้าส่วนปฏิบัติการก็ถือว่ามีอำนาจหน้าที่การให้บำเหน็จด้วยเหมือนกัน หากตีความให้ดีพวกเค้าจึงเข้าข่ายข้อ 1 เลยไม่ได้ค่าโอทีไปยังไงล่ะ นี่แหละเราถึงต้องรู้และเข้าใจกฎหมายแรงงาน